คลังเก็บหมวดหมู่: Uncategorized

คลื่นภูเขาหินช็อกโกแลต (Arizona USA)

เดอะ เวฟ (The Wave) สถานที่ท่องเที่ยวมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก คลื่นภูเขาหินทราย ลายช็อกโกแลต อยู่ที่รัฐแอริโซนา ประเทศอเมริกา ภูเขาหินทรายที่ทำให้ท่านที่ย่างก้าวเข้าไป รู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่เต็ไปด้วยภาพลวงตาสิ่งยั่วยวนที่มีสีสันเหมือนช็อกโกแล็ตสีน้ำตาลแซมขาวบ้างปะปาย เป็นเกลียวคลื่นวนเวียนชวนน่าปวดหัวขนาดใหญ่ ที่มีผนังภูเขาสูงถึง15 เมตร และ มีรูปทรงที่แปลกตานักเดินทางท่องเทียวบางคนมองว่าเหมือนสระว่ายน้ำยักษ์ที่มีเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ในทะเลแต่ต่างกันแค่สีสันเท่านั้น

ภูเขช็อกโกแลค ภูเขาหินทราย ที่สวยงาม

ลวดลายต่างๆ ที่อยู่บนชั้นหินเกิดจากจากการทับถมของตะกอนดิน และ ทรายเป็นเวลากว่า 100 กว่าล้านปี “เดอะเวฟ” เป็นภูเขาหินทรายจึง มีความเปราะบางมาก ทำให้ต้องมีการจำกัดจำนวนการเข้าชม (ไม่เกินวันละ 20 คน) และ ต้องเดินเท้าเข้าไปเกือบ 5 กิโลเมตร จึงจะถึงดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ เป็นภูเขาหินทรายที่มีอายุ 190 ล้านปี (ตั้งแต่ยุคจูราสสิก) ผ่านกาลเวลา ลม ฝนมาเป้นเวลาเนิ่นนาน ซึงอยู่ระหว่าง รอยต่อระหว่างรัฐยูทาห์ กับ รัฐแอริโซนา ในเขตที่ราบ Coyote Buttes North, Paria Canyon – Vermillion Cliffs Wildness

แหล่งธรรมชาติที่สวยงาม มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

สถานที่แห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ “สุดยอด” ความใฝ่ฝันสำหรับตากล้องมืออาชีพที่จะต้องเดินทางมาถ่ายภาพสถานที่สุดพิศดารแห่งนี้ถึงขนาดที่นาย Hugo Martinแห่ง L.A. Times พูดว่า
” คุณไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นช่างกล้องด้านทิวทัศน์ (landscape) หรอก ถ้าคุณยังไม่ได้ไปถ่ายรูปสักใบที่ The wave ”

แต่เนื่องจากข้อจำกัดที่กล่าวไปเบื้องต้นสำหรับการเข้าชม ทำให้การเข้าชมต้องทำการสมัครล่วงหน้ากว่า 4 เดือน แต่ก็ใช่ว่าจะสมัครแล้วได้ทันทีอันนี้ก็ต้องอาศัยดวงล้วนๆเพราะเป็นการจับฉลาก เลือกเพียง 10 ท่านเท่านั้น อันนี้ต้องลุ้นกันมากจริงๆ

‘’เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องไปให้ถึง ‘’ เป็นคำพูดของนักเดินทาง ช่างภาพหลายท่านที่พูดถึงสถานที่แห่งนี้ด้วยแรงดึงดูดของสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนใกล้ๆเที่ยงที่แสงจะส่องลงมายัง The Wave ตรงๆไม่มีเงาบดบัง แต่ไม่เพียงแค่ความสวยงามของสถานที่นี้เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องตื่นเต้นท้าทายสำหรับนักเดินทางที่ท่านจะต้องเดินทางด้วยเท้าตลอดระยะทาง 4.8 กิโลเมตร เป็นการท้าทายและเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากทีเดียว เพราะที่นี่ท่านจะได้ความรู้สึกเหมือนกับการเดินอยู่บนทะเลทราย การเดินทางจะเหนื่อยมากเพราะทรายดูดแรงเราไป ไม่มีร่ม ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อากาศแรงแล้งเสี่ยงต่อสภาวะการขาดน้ำ เจ้าหน้าที่ที่ทำการดูแลจึงให้นักท่องเที่ยวและช่างภาพต้องพกน้ำติดตัวประมาณคนละ 4 ลิตร เพื่อให้เพียงพอต่อ 1 วันการเดินทาง ซึงเมื่อต้องรวมกับอุปกรณ์การเดินทาง และกล้องต่างๆอีกถือว่าไม่น้องเลยทีเดียว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตบ่อยมากสำหรับการเดินทางในสถานที่แห่งนี้ แต่เมื่อท่านย่างก้าวเข้าไปมากเท่าไหร่ ท่านจะเหมือนเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเข้าทุกที ท่านจะได้เห็นในสิ่งที่ท่านไม่เคยเห็น ความงามที่แปลกตา และสะดุดตามากมาย ภูเขาหินทรายที่สลับซับซอน ลึกลับน่าค้นหาเป็นอย่างมาก

การสำรวจ ศาสตร์และเทคนิคในการกำหนดตำแหน่ง

การสำรวจ เป็นศาสตร์และเทคนิคในการกำหนดตำแหน่งในสามมิติ และการหาความสัมพันธ์ของตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่เหนือ บน หรือใต้ผิวโลก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการวัดระยะระหว่างจุด การวัดมุม และการหาทิศทางของแนวเส้นตรง โดยปริมาณต่างๆที่รังวัดได้ในภาคสนาม ซึ่งได้แก่ ระยะราบ ระยะดิ่ง ระยะลาด มุมราบ และมุมดิ่ง จะนำมาคำนวณและนำไปสร้างแผนที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

การสำรวจนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ตั้งแต่มีการเริ่มการบันทึกปรัวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 65,000 ปีมาแล้ว

การสำรวจนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มบันทึกทางประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว การสำรวจจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการวางแผนและจัดการในทุกรูปแบบของการก่อสร้าง  รวมทั้งความสำคัญสำหรับการปฏิบัติงานในทุกสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิศวะกรรม ดังนั้น ช่างสำรวจและวิศวกรจึงควรมีความรู้ทางด้าน พีชศาสตร์ เรขาคณิต ตรีโกณมิติ รวมทั้งฟิสิกส์ และกฎหมาย

ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ศาสตร์นี้ในด้านต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ หรือข้อมูลเชิงพื้นที่ จึงได้เกิดคำใหม่ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขว้างคือ ‘’ Geomatics ‘’ ซึ่งเป็นแนวคิดของการรวมคำ Geodesy และ Geoinformatics เข้าด้วยกันโดยคริบคลุมศาสตร์แขนงต่างๆ ได้แก่ สำรวจภาคพื้นดิน การสำรวจด้วยภาพถ่าย การสำรวจระยะไหล การสำรวจแผนที่ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ระบบดาวเทียมเพื่อการนำหน รวมถึงศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนที่ของพิภพ

การสำรวจนั้นมีตจุดมุ่งหมายเพื่อการทราบตำแหน่ง ทิศทาง รูปร่าง ขอบเขต พื้นที่ ปริมาณ หรือกำหนดสูงโดยขึ้อยู่กับการสำรวจแต่ละชนิด ซึ่งมีความต้องการข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป การสำรวจนั้นสามารถแบ่งออกต่ามลักษณะการใช้งานดังนี้

  1. การสำรวจควบคุม : การสำรวจเพื่อสร้างมุดควบคุม มีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานการสำรวจให้มีความละเอียดสูงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำต่อการนำไปใช้อ้างอิง
  2. การสำรวจภูมิประเทศ :การสำรวจเพื่อกำหนดตำแหน่งต่างๆบนพื้นผิวโลก ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะนำมาเขียนแผนภูมิประเทศ
  3. การสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศ : สามารถกระทำได้โดยเครื่องบิน หรือดาวเทียม เพื่อให้เห็นสภาพภูมิประเทศโดยรวม
  4. การสำรวจแนวทาง : เพื่อกำหนดแนวเส้นทางโดยส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องทางการคมนาคมและการสื่อสาร
  5. การสำรวจที่ดิน : การสำรวจเพื่อระบุมุดหลักเขต รวมทั้งกำหนัดหลักเขต ระยะ ทิศทางของที่ดิน ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการจัดการเกี่ยวกับกรมมสิทธิ์ในที่ดิน
  6. การสำรวจทางวิศวกรรม : การสำรวจเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบทางด้านวิศวกรรมในโครงการต่างๆ
  7. การสำรวจอุทกศาสตร์ : การสำรวจที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นพื้นน้ำ เช่นการหาระดับร่องน้ำเพื่อการเดินเรือ
  8. การสำรวจเหมืองแร่ : การสำรวจเพื่อกำหนดตำแหน่งจุดบังคับต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ในงานธรณีวิทยาและการทำเหมือง

กล้องสำรวจ

ตรวจสอบงานดิน ด้วยกล้องสำรวจ

น้ำในดิน

น้ำเป็นองค์ประกอบของดินโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าในมวลดินจะมีน้ำอยู่เสมอไม่มากก็น้อยแตกต่างกันออกไป ดินที่ไม่มีน้ำเลยนั้นคือดินอบแห้ง ซึ่งต้องผ่านการอบที่ 105 – 110 °C จนมีมวลคงที่

หน้าตัดในสนามเปรียบเสมือนภาชนะที่ทำการบรรจุน้ำซึ่งจะมีการไหลเข้า-ออก อยู่เสมอ และน้ำที่ไหลเข้าไปจะมิได้หยุดนิ่งอยู่ในดินเสมอแต่จะมีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างให้สามารถออกจากดินได้ เช่น ไอน้ำระเหยออกจากดินสู่บรรยากาศทั้งทางตรงและทางอ้อม การคายน้ำของพืชที่ดูดซับน้ำมากจากใต้ดิน สู่บรรยากาศ

พืชจะใช้น้ำจากดินได้สะดวกต่อเมื่อน้ำในดินไหลเข้าสู่รากพืชในปริมาณที่ท่ากับอัตราการคายน้ำความเร็วการไหลของน้ำผ่านดินขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนน้ำ และสภาพนำน้ำของดิน หากพืชดูดน้ำจากดินและคายน้ำมาก พืชจะเจริญเติบโตได้ดี หากในดินขาดแคลนน้ำที่เป็นประโยชน์ต่อพืช พืชจะใช้น้ำได้น้อยจึงเกิดสภาวะขาดน้ำขึ้นในพืช และเป็นสาเหตุให้การเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตลดลง

จากสาเหตุด้านบน จึงมีข้อสรุปที่ว่าการเคลื่อนที่ของน้ำในระบบดิน – พืชขึ้นอยู่กับแรงขับเคลื่อนน้ำ แรงขับเคลื่อนน้ำที่เราพูดถึงในที่นี้ หมายถึง ลาดศักย์น้ำ ( Water potential gradient ) ซึ่งหมายถึงความแตกต่างของศักย์น้ำ ( water potential )ต่อระยะทางของการไหล

จากด้านบนเราได้ทำการพูดถึงคำว่า ศักย์น้ำ เรามาดูความหมายของคำนี้กันดีกว่า

ความแตกต่างของศักย์รวมของน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเคลื่อนที่แต่แรงขับน้ำจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะทาง แรงขับเคลื่อนน้ำจะมีค่ามากถ้าระยะทางไหลมีค่าน้อย ถึงแม้จะมีความแตกต่างของศักย์น้ำเท่ากัน แรงขับเคลื่อนน้ำหรือลาดศักย์น้ำ ก็คือผลหารระหว่างค่าความแตกต่างศักย์น้ำกับระยะทางของการไหล

ความเร็วของน้ำในดิน-พืช มิได้ขึ้นกับแรงขับเคลื่อน พืชที่คายน้ำปกติขณะใบปากเปิด ความต้านทานสูงสุดของต้นพืชจะอยู่ที่พนังชั้นในของราก แต่ในขณะที่ปากใบเปิดความต้านทานสูงสุดต่อการไหลของน้ำจะอยู่ที่ใบของพืช

น้ำในดิน ดินมีการอุ้มน้ำ