ทำไมกินอาหารเสริมต่างๆ ไม่ยอมเห็นผล

หลายคนมีความสงสัยทำไมกินอาหารเสริมชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารเสริมบำรุงร่างกาย หรือ บำรุงความงามต่างๆ ไม่ว่าจะทานยังไงก็ไม่เห็นผล หรืออาจทานผลไม้และ ผักที่มีประโยชน์แต่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ท่านอาจคิดหาสาเหตุว่ามาเพราะอะไร แต่สิ่งใกล้ตัวที่ท่านอาจมองข้ามไป หรือ คิดไม่ถึงคือ ร่างกายของท่านเองที่ควรจะมองถึงการดูดซึมถึงอวัยวะภายในร่างกายว่าอยู่ในสภาวะที่ปกติหรือสมบูรณ์ดีหรือไม่เช่น การดูดซึมของอวัยวะหลักนั่นคือลำไส้ใหญ่ อวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหาร และ ธาตุอาหารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ปัญหาที่มักจะเกิดกับอวัยวะนี้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดซึมนั่นคือการที่ไขมันหรือสารพิษที่เกาะตัวอยู่ที่ผนังลำไส้ทำให้การดูดซึมนั้นยากลำบาก สาเหตุเกิดจากการทานอาหารที่มีไขมันในปริมาณมาก และ อาหารที่มีสารพิษเข้าไป และ ภายในร่างกายทำการดูดซึมไม่หมด หรือ ไม่สามารถดูดซึมได้ทำให้เกินการสะสมเกาะติดอยู่ภายในผนังลำใส้ทำให้ยากต่อการดูดซึมสารอาหารใหม่ หรือ สารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายเนื่องจากไขมันทำการเกาะติดผนังลำไส้ปิดช่องว่างในการดูดซึมต่อให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือ สารอาหารที่จำเป็นเข้าไปมากเท่าไหร่เมื่อการดูดซึมไม่ดีท่านก็ไม่สามารถได้สารอาหารเท่าที่จำเป็นได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ หากทาน คลอลาเจนเข้าไปสู่ร่างกาย  10,000 มิลลิกรัม ร่างกายสามารถดูดซึมได้ 8,000 มิลลิกรัม (ปกติร่างกายของคนจะทำการดูดซึมไม่เต็มตามที่เราต้องการ แต่ร่างกายจะมีขีดจำกัด และการดูดซึมตามความต้องการของตัวเองเท่านั้น)  แต่ร่างกายของคนที่มีปัญหาที่ลำไส้ใหญ่ถูกไขมันเกาะติดผนังนั้น อาจดูดซึมได้แค่ 1000–5000 มิลลิกรัมเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการดูดซึมได้ไม่เต็มที่ และยิ่งไขมันหรือสารพิษเกาะติดพนังมากเท่าไหร่ ความสามารถในการดูดซึมยิ่งน้อยลงเท่านั้น นั้นเป็นการเสียเปล่า ยิ่งหากท่านซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีราคาแพงมาทานแต่การดูดซึมภายในร่างกายของท่านไม่ดี นั่นคือท่านจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรอีกทั้งต้องสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

หากท่านสนใจที่จะทำการชำระล้างไขมันหรือสิ่งสะสมที่ตกค้างอยู่ภายในลำไส้ มีหลายวิธีเช่นการสวนลำใส้หรือเรียกกันทั่วไปว่าการสวนทวารซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากมายโดยที่นิยมนั่นคือการสวนกาแฟ ลำไส้ของท่านจะสะอาดมาก แต่ในข้อดีก็มีข้อเสียตามมากหากท่านทำการสวนบ่อยครั้งอาจทำให้ลำไส้และกระเพราะอาหารมีปัญหาคือที่เราเรียกกันว่ากระเพาะคราก และ อีกหลายปัญหาที่ตามมา แต่มีอีกวิธีเช่นกันที่เป็นที่นิยม และ ไม่เกิดผลสียหรือผลเสียในปริมาณที่น้อยมากนั่นคือการดีท็อกซ์ อาจทำได้ด้วยวิธีธรรมชาตินั่นคือ จากการทานผักผลไม้ที่ที่มีกากใหญ่ เข้าไปช่วยในระบบขับถ่ายแต่หากไขมันที่สะสมมีปริมาณมากเกิดไปทานอาจต้องทานผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ที่ประสิทธิ์ภาพสูง และ ส่วนประกอบที่สามารถขจัดไขมันออกจากผนังลำไส้ได้

มีหลายคนที่มองข้ามเรื่องนี้ไป ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก หากปล่อยไปอย่างนี้ต่อให้ท่านทานอาหารที่มีประโยชน์แค่ไหนท่านก็ไม่สามารถได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

การตรวจร่างกายระบบในร่างกาย

สเต็มเซลล์ กับ ปริศนาการย้อนวัยเทรนใหม่ของคนความงามที่สามารถลดอายุได้ (ตอน 1)

ความสวยเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีความต้องการเป็นอย่างมากในสมัยปัจจุบัน จึงมีการค้นหาวิธีการต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านความงาม จนค้นพบนวัฒกรรมใหม่ ที่เรียกกันว่า สเต็มเซลล์ ซึ่งสำหรับคนธรรมดาอาจคิดว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่สำหรับวงการ การแพทย์นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างที่คิด เพียงแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการนำสเต็มเซลล์มาใช้มากเท่าที่ควร

แต่ก็ไม่พ้นความต้องการของมนุษย์ที่จะนำเทคโนโลยีต่างๆมาสนองความต้องการของมนุษย์

แต่เมื่อความต้องการของมนุษย์ที่มีมากมาย จึงเกิดการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ควบคู่ โดยอ้างงสรรพคุณในการลดอายุ ย้อนวัย เพียงฉีดเข้าร่างการเพียงเข็มเดียวลดอายุได้นานถึง 10 ปี จริงหรือ ที่จะมีนวัฒกรรมที่วิเศษ ขนาดนี้อยู่จริง อีกหน่อยคงมีการฉีดสารบางอย่างขึ้นแล้วทำให้คนเป็นอมตะ

จริงหรือไม่เพียง 1 เข็ม ลดอายุได้ถึง 10 ปี

ธุรกิจเสริมความงาม มีการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในธุรกิจ โดยการพูดถึงสรรพคุณที่ว่าสามารถย้อนเวลาให้ผิวเหมือนเด็กอ่อน ทำให้หน้าดูเด็กลง ย้อนวัย ลดอายุ ซึ่งถ้าพูดถึงกฎหมายการโฆษณาคุ้มครองผู้บริโภค อาจเข้าข่ายว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง ซึ่งเป็นความผิดทางกฎหมาย

โดยทั่วไปทางการแพทย์สเต็มเซลล์จะใช้ในการรักษาโรคเลือดเท่านั้น ที่เราเข้าใจว่าสเต็มเซลล์คือการใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าสเต็มเซลล์รักษาโรค เซลล์บำบัด อะไรทำนองนี้ คลิกเสริมความงามส่วนใหญ่ใช้ความรู้เรื่องนี้มาประกอบการทางธุรกิจเป็นการชวนเชื่อว่าสามารถทำให้ผิวดูเด็กลงได้ยิ่งบวกกับค่านิยมที่เปลี่ยนไปในสังคมทย ทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่

ในตอนหน้าเราจะมาดู คำพูดที่ว่า สเต็มเซลล์ 1 เข็ม ลดอายุได้

เสค็มเซลล์ ย้อนวัยอายุ

เทคโนโลยี สเต็มเซลล์

การสำรวจ ศาสตร์และเทคนิคในการกำหนดตำแหน่ง

การสำรวจ เป็นศาสตร์และเทคนิคในการกำหนดตำแหน่งในสามมิติ และการหาความสัมพันธ์ของตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่เหนือ บน หรือใต้ผิวโลก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการวัดระยะระหว่างจุด การวัดมุม และการหาทิศทางของแนวเส้นตรง โดยปริมาณต่างๆที่รังวัดได้ในภาคสนาม ซึ่งได้แก่ ระยะราบ ระยะดิ่ง ระยะลาด มุมราบ และมุมดิ่ง จะนำมาคำนวณและนำไปสร้างแผนที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

การสำรวจนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ตั้งแต่มีการเริ่มการบันทึกปรัวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 65,000 ปีมาแล้ว

การสำรวจนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มบันทึกทางประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว การสำรวจจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการวางแผนและจัดการในทุกรูปแบบของการก่อสร้าง  รวมทั้งความสำคัญสำหรับการปฏิบัติงานในทุกสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิศวะกรรม ดังนั้น ช่างสำรวจและวิศวกรจึงควรมีความรู้ทางด้าน พีชศาสตร์ เรขาคณิต ตรีโกณมิติ รวมทั้งฟิสิกส์ และกฎหมาย

ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ศาสตร์นี้ในด้านต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ หรือข้อมูลเชิงพื้นที่ จึงได้เกิดคำใหม่ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขว้างคือ ‘’ Geomatics ‘’ ซึ่งเป็นแนวคิดของการรวมคำ Geodesy และ Geoinformatics เข้าด้วยกันโดยคริบคลุมศาสตร์แขนงต่างๆ ได้แก่ สำรวจภาคพื้นดิน การสำรวจด้วยภาพถ่าย การสำรวจระยะไหล การสำรวจแผนที่ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ระบบดาวเทียมเพื่อการนำหน รวมถึงศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนที่ของพิภพ

การสำรวจนั้นมีตจุดมุ่งหมายเพื่อการทราบตำแหน่ง ทิศทาง รูปร่าง ขอบเขต พื้นที่ ปริมาณ หรือกำหนดสูงโดยขึ้อยู่กับการสำรวจแต่ละชนิด ซึ่งมีความต้องการข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป การสำรวจนั้นสามารถแบ่งออกต่ามลักษณะการใช้งานดังนี้

  1. การสำรวจควบคุม : การสำรวจเพื่อสร้างมุดควบคุม มีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานการสำรวจให้มีความละเอียดสูงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำต่อการนำไปใช้อ้างอิง
  2. การสำรวจภูมิประเทศ :การสำรวจเพื่อกำหนดตำแหน่งต่างๆบนพื้นผิวโลก ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะนำมาเขียนแผนภูมิประเทศ
  3. การสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศ : สามารถกระทำได้โดยเครื่องบิน หรือดาวเทียม เพื่อให้เห็นสภาพภูมิประเทศโดยรวม
  4. การสำรวจแนวทาง : เพื่อกำหนดแนวเส้นทางโดยส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องทางการคมนาคมและการสื่อสาร
  5. การสำรวจที่ดิน : การสำรวจเพื่อระบุมุดหลักเขต รวมทั้งกำหนัดหลักเขต ระยะ ทิศทางของที่ดิน ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการจัดการเกี่ยวกับกรมมสิทธิ์ในที่ดิน
  6. การสำรวจทางวิศวกรรม : การสำรวจเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบทางด้านวิศวกรรมในโครงการต่างๆ
  7. การสำรวจอุทกศาสตร์ : การสำรวจที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นพื้นน้ำ เช่นการหาระดับร่องน้ำเพื่อการเดินเรือ
  8. การสำรวจเหมืองแร่ : การสำรวจเพื่อกำหนดตำแหน่งจุดบังคับต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ในงานธรณีวิทยาและการทำเหมือง

กล้องสำรวจ

ตรวจสอบงานดิน ด้วยกล้องสำรวจ