น้ำในดิน

น้ำเป็นองค์ประกอบของดินโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าในมวลดินจะมีน้ำอยู่เสมอไม่มากก็น้อยแตกต่างกันออกไป ดินที่ไม่มีน้ำเลยนั้นคือดินอบแห้ง ซึ่งต้องผ่านการอบที่ 105 – 110 °C จนมีมวลคงที่

หน้าตัดในสนามเปรียบเสมือนภาชนะที่ทำการบรรจุน้ำซึ่งจะมีการไหลเข้า-ออก อยู่เสมอ และน้ำที่ไหลเข้าไปจะมิได้หยุดนิ่งอยู่ในดินเสมอแต่จะมีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างให้สามารถออกจากดินได้ เช่น ไอน้ำระเหยออกจากดินสู่บรรยากาศทั้งทางตรงและทางอ้อม การคายน้ำของพืชที่ดูดซับน้ำมากจากใต้ดิน สู่บรรยากาศ

พืชจะใช้น้ำจากดินได้สะดวกต่อเมื่อน้ำในดินไหลเข้าสู่รากพืชในปริมาณที่ท่ากับอัตราการคายน้ำความเร็วการไหลของน้ำผ่านดินขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนน้ำ และสภาพนำน้ำของดิน หากพืชดูดน้ำจากดินและคายน้ำมาก พืชจะเจริญเติบโตได้ดี หากในดินขาดแคลนน้ำที่เป็นประโยชน์ต่อพืช พืชจะใช้น้ำได้น้อยจึงเกิดสภาวะขาดน้ำขึ้นในพืช และเป็นสาเหตุให้การเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตลดลง

จากสาเหตุด้านบน จึงมีข้อสรุปที่ว่าการเคลื่อนที่ของน้ำในระบบดิน – พืชขึ้นอยู่กับแรงขับเคลื่อนน้ำ แรงขับเคลื่อนน้ำที่เราพูดถึงในที่นี้ หมายถึง ลาดศักย์น้ำ ( Water potential gradient ) ซึ่งหมายถึงความแตกต่างของศักย์น้ำ ( water potential )ต่อระยะทางของการไหล

จากด้านบนเราได้ทำการพูดถึงคำว่า ศักย์น้ำ เรามาดูความหมายของคำนี้กันดีกว่า

ความแตกต่างของศักย์รวมของน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเคลื่อนที่แต่แรงขับน้ำจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะทาง แรงขับเคลื่อนน้ำจะมีค่ามากถ้าระยะทางไหลมีค่าน้อย ถึงแม้จะมีความแตกต่างของศักย์น้ำเท่ากัน แรงขับเคลื่อนน้ำหรือลาดศักย์น้ำ ก็คือผลหารระหว่างค่าความแตกต่างศักย์น้ำกับระยะทางของการไหล

ความเร็วของน้ำในดิน-พืช มิได้ขึ้นกับแรงขับเคลื่อน พืชที่คายน้ำปกติขณะใบปากเปิด ความต้านทานสูงสุดของต้นพืชจะอยู่ที่พนังชั้นในของราก แต่ในขณะที่ปากใบเปิดความต้านทานสูงสุดต่อการไหลของน้ำจะอยู่ที่ใบของพืช

น้ำในดิน ดินมีการอุ้มน้ำ

ปลาฉลามกอบลิน ฟอสซิลมีชีวิตสุดสะพึ่ง สัตว์ดึกดำบรรพ์ใต้น้ำ

สัตว์ที่เป็นจ้าวแห่งมหาสมุทร คงกล่าวได้ว่าคือ “ปลาฉลาม” และ ในสิ่งประหลาดของปลาฉลามนี้ ยังมีเรื่องหนึ่งที่ท่านอาจตกใจในรูปร่างอันน่ากลัว ออกไปแนวสยองขวัญกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับปลาฉลามทั่วไปที่เราเคยพบเห็น ฉลามชนิดนี้ น่ากลัวกว่ามากจริงๆ จากภาพฉลามที่นำมาให้ดู มันมีชื่อว่า “ฉลามกอบลิน” (Goblin Shark) ซึ่งพบได้ไม่ง่าย และ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านส่วนหัวด้านบนซึ่งยื่นแหลมออกมาและปากที่มีรูป ทรงแปลกบวกกับฟันที่แหลมคมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทำให้มันมีอีกชื่อหนึ่งว่า ปลาฉลามปีศาจ และได้ถูกขนาดนามว่า ฟอสซิลมีชีวิต เนื่องจากมีการดำรงค์เผ่าพันธ์มาเป็นเวลานานกว่า 100 ล้านปี

ปลาฉลามกอบลินส่วนหัวของปลาฉลาม

สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ถูกพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ.1873-1876  บริเวณนอกชายฝั่งญี่ปุ่น จากการสำรวจเก็บรวมตัวอย่างของฉลามชนิดต่างๆของ เอชเอ็ม ชาเลนเจอร์ จากการศึกษาค้นคว้าทำให้รู้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตเพียงไม่กี่ชนิดที่ อยู่ในวงศ์สกุลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้นานจนถึงปัจจุบัน จึงถือว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิตที่มีรูปร่างหรือรูปทรงที่ไม่ได้เปลี่ยน แปลงไปจากเดิมเลย โดยฉลามชนิดนี้ยาวเต็มที่จะมีขนาดตัวอยู่ที่ 3-4 เมตร อาศัยอย่ในน้ำลึกมากกว่า 100 เมตร อาศัยบริเวณน้ำลึกที่แสงส่องไปไม่ถึง และ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวที่สร้างความฮือฮาเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อมีชาวประมงของออสเตรเลียได้จับฉลามชนิดนี้ขึ้นมาได้เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเป็นที่น่าสนใจที่สัตว์ชนิดนี้ยังมีชีวิตอยู่ยังไม่สูญพันธ์ ซึ่งฉลามชนิดนี้หาพบได้ยากมาก เป็นพันธ์ที่มีปริมาณหลงเหลืออยู่น้อยมาก  ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาก็เชื่อว่าฉลามชนิดนี้ อาศัยอยู่บนโลกนี้มานานกว่า 100 ล้านปี ทั้งที่สัตว์ประเภทอื่นที่อยู่ในยุคเดียวกันต่างสูญพันธ์ไปแล้วมากมาย แต่สิ่งมีชีวิตประเภทนี้ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้จึงเป็นที่น่าสนใจอย่าง มากสำหรับการศึกษาค้นคว้า เพราะมีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการศึกษาสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นที่เป็นวงศ์สกุล เดียวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหันมาสนใจสัตว์ประเภทนี้ ด้วยเช่นกัน

Goblin Sharkส่วนหัวของฉลาม

ไม่บ่อยนักที่เราจะพบสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ สัตว์ชนิดนี้จึงเป็นที่ฮือฮาของชาวโลกมาก และ เป็นประโยชน์ในด้านของการศึกษา ของนักชีววิทยา