ขายบ้านพร้อมที่ดิน 53.6 ตารางวา เลียบคลองถนน บางใหญ่

ขายบ้าน พร้อม ที่ดิน ถนนคลองถนน
บางใหญ่ ราคาถูก

26 กรกฎาคม 2558
(ช่วยลงประกาศโฆษณาโดย ทีมรับถมที่ดิน)

ขายบ้าน1 ชั้นพร้อมที่ดิน 53.6 ตารางวา แปลงหัวมุมถนน พร้อมกิจการเก่า อู่ซ่อมรถ ติดถนนคลองถนน บางใหญ่ นนทบุรี ทำเลค้าขายดี ธุรกิจเดิมเปิดกิจการอู่ซ่อมรถ อยู่ติดถนนคลองถนน หน้ากว้างติดถนน 35 เมตร ห่างจากถนนบางใหญ่ 4 กิโลเมตรจากถนนกาญจนาภิเษกใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางใหญ่ ทำเลดีเหมาะค้าขายทำกิจการ ที่จอดรถสะดวก อยู่ตรงข้ามหมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ ถนนคลองถนน ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

บ้านพร้อมที่ดิน ติดถนนใหญ่ ราคา 4.8 ล้านบาท
โทร ต๋อง 085 070 4929

ลักษณะสิ่งก่อสร้างภายใน สภาพอู่รถอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ที่โล่งกว้าง เหมาะทำธุรกิจเดิมต่อ หรืออาจต่อเติมเพิ่มให้ดูดีกว่าเดิมและทำเป็นอู่รถรถอย่างดีขนาดใหญ่ได้ ตัวบ้านเป็นบ้านปูนหนึ่งชั้นภายในแบ่งสัดส่วนได้เป็นอย่างดี สามารถอยู่อาศัยได้ทันที ตัวบ้านไม่เก่าและโทรม ท่านไม่ต้องบูรณะอะไรเลย ตั้งอยู่บนถนนเส้นที่รถวิ่งผ่านเป็นจำนวนมากและบริเวณดังกล่าวก็มีโรงงาน ห้างร้าน บริษัท ตั้งอยู่จำนวนมากด้วยเช่นกัน เหมาะแก่การลงทุนเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญเป็นถนนหลัก เส้นทางคนผ่านเยอะ และ กำลังเจริญขึ้นเรื่อยๆ เมืองมีการขยายมาทางนี้ ถนนเส้นนี้แยกออกมาจากถนนกาญจนาภิเษกเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น เหมาะที่จะลงทุนทำได้หลายธุรกิจ ไม่ใช่เพียงถนนหลักที่ใช้เดินทางเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางเชื่อมต่อออกต่างจังหวัดเป็นถนนที่รถบรรทุกสินค้า รถกระจายสินค้าหลายคันใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางด้วยเช่นกัน และยังเป็นถนนที่มีความสำคัญมากอีกด้วยเช่นกันในหลายๆอย่างที่เราไม่ได้กล่าวถึง

หากสนใจรีบติดต่อสอบถามได้ตลอดเวลา เราเสนอขายท่านในราคาถูกเมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับทำเล และ ยังมีธุรกิจ และ สิ่งปลูกสร้างอยู่บนแปลงที่ดินพร้อมให้ท่านพร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่ทำอาชีพอู่ซ่อมรถที่สุด

สนใจติดต่อสอบถามได้ตลอด สามารถเข้าดูสถานที่จริงก่อนตัดสินใจได้

แปลงที่ดินที่ต้องการขาย 53.6 ตารางวา
สภาพภายในบ้าน อู่ซ่อมรถข้างตัวที่ดินและบ้าน
ถนนหน้าแปลงที่ดินอยู่ด้านซ้าย สภาพถนนเลียบคลอง ถ่ายหน้าที่ดิน

เกร็ดความรู้การถมดิน : ชนิดของดินที่ใช้ถมดิน

วัสดุที่ใช้ในการถมดิน มีหลายชนิดแต่ที่นิยมใช้กันคือ

  • ดินถม ดินบ่อ หรือ ดินดำ : เป็นดินที่ใช้ถมเพื่อการปลูกสร้างบ้าน หรือ ถมเสริมพื้นที่ลึกๆ เป็นดินที่บดอัดได้ไม่ดี แต่ปลูกต้นไม้ได้ ราคาถูก
  • ซีแล็ค หรือ ดินดาน : เป็นดินที่ใช้ถมเพื่อต้องการปลูกสร้างได้ทันที เป็นดินแห้ง บดอัดได้ดี แต่ปลูกต้นไม้ได้ไม่ดี ราคาสูงเมื่อนำเข้าเมือง เป็นดินจากบ่อดิน ที่อยู่ตามชานเมือง
  • ดินลูกรัง : เป็นดินที่ใช้ในการถมเพื่อทำโรงงาน ถนน โกดัง เป็นดินที่บดอัดได้ดี แต่ปลูกต้นไม้ได้ไม่ดี ราคาสูง เนื่องจากการขนส่งของระยะทาง ดินลูกรังบนภูเขา จะมีคุณภาพที่ดีกว่า ดินลูกรังจากบ่อ
  • หน้าดิน หรือ ดินนา : เป็นดินที่นิยมถมเพื่อปลูกต้นไม้ ทำสวน เป็นดินที่ร่วนพรุน ปลูกต้นไม้ได้ดี อมความชื้น และ มีมีสร้างอาหารสำหรับต้นไม้สูง ราคาแพง เพราะมีปริมาณน้อย
  • ทรายขึ้เป็ด หรือ ทรายถม : เป็นดินละเอียดผสมทราย ใช้ได้ดีในการบดอัดรับน้ำหนัก ถมเพี่อทำโรงงาน ปั๊มแก๊ส หรือ พื้นที่การวางท่อ หรือ ถังน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ ราคาแพงเมื่ออยู่ในเมือง เพราะต้องขนส่งเข้าเมืองเป็นระยะทางไกล

คลื่นภูเขาหินช็อกโกแลต (Arizona USA)

เดอะ เวฟ (The Wave) สถานที่ท่องเที่ยวมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก คลื่นภูเขาหินทราย ลายช็อกโกแลต อยู่ที่รัฐแอริโซนา ประเทศอเมริกา ภูเขาหินทรายที่ทำให้ท่านที่ย่างก้าวเข้าไป รู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่เต็ไปด้วยภาพลวงตาสิ่งยั่วยวนที่มีสีสันเหมือนช็อกโกแล็ตสีน้ำตาลแซมขาวบ้างปะปาย เป็นเกลียวคลื่นวนเวียนชวนน่าปวดหัวขนาดใหญ่ ที่มีผนังภูเขาสูงถึง15 เมตร และ มีรูปทรงที่แปลกตานักเดินทางท่องเทียวบางคนมองว่าเหมือนสระว่ายน้ำยักษ์ที่มีเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ในทะเลแต่ต่างกันแค่สีสันเท่านั้น

ภูเขช็อกโกแลค ภูเขาหินทราย ที่สวยงาม

ลวดลายต่างๆ ที่อยู่บนชั้นหินเกิดจากจากการทับถมของตะกอนดิน และ ทรายเป็นเวลากว่า 100 กว่าล้านปี “เดอะเวฟ” เป็นภูเขาหินทรายจึง มีความเปราะบางมาก ทำให้ต้องมีการจำกัดจำนวนการเข้าชม (ไม่เกินวันละ 20 คน) และ ต้องเดินเท้าเข้าไปเกือบ 5 กิโลเมตร จึงจะถึงดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ เป็นภูเขาหินทรายที่มีอายุ 190 ล้านปี (ตั้งแต่ยุคจูราสสิก) ผ่านกาลเวลา ลม ฝนมาเป้นเวลาเนิ่นนาน ซึงอยู่ระหว่าง รอยต่อระหว่างรัฐยูทาห์ กับ รัฐแอริโซนา ในเขตที่ราบ Coyote Buttes North, Paria Canyon – Vermillion Cliffs Wildness

แหล่งธรรมชาติที่สวยงาม มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

สถานที่แห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ “สุดยอด” ความใฝ่ฝันสำหรับตากล้องมืออาชีพที่จะต้องเดินทางมาถ่ายภาพสถานที่สุดพิศดารแห่งนี้ถึงขนาดที่นาย Hugo Martinแห่ง L.A. Times พูดว่า
” คุณไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นช่างกล้องด้านทิวทัศน์ (landscape) หรอก ถ้าคุณยังไม่ได้ไปถ่ายรูปสักใบที่ The wave ”

แต่เนื่องจากข้อจำกัดที่กล่าวไปเบื้องต้นสำหรับการเข้าชม ทำให้การเข้าชมต้องทำการสมัครล่วงหน้ากว่า 4 เดือน แต่ก็ใช่ว่าจะสมัครแล้วได้ทันทีอันนี้ก็ต้องอาศัยดวงล้วนๆเพราะเป็นการจับฉลาก เลือกเพียง 10 ท่านเท่านั้น อันนี้ต้องลุ้นกันมากจริงๆ

‘’เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องไปให้ถึง ‘’ เป็นคำพูดของนักเดินทาง ช่างภาพหลายท่านที่พูดถึงสถานที่แห่งนี้ด้วยแรงดึงดูดของสิ่งที่น่าอัศจรรย์ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนใกล้ๆเที่ยงที่แสงจะส่องลงมายัง The Wave ตรงๆไม่มีเงาบดบัง แต่ไม่เพียงแค่ความสวยงามของสถานที่นี้เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องตื่นเต้นท้าทายสำหรับนักเดินทางที่ท่านจะต้องเดินทางด้วยเท้าตลอดระยะทาง 4.8 กิโลเมตร เป็นการท้าทายและเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากทีเดียว เพราะที่นี่ท่านจะได้ความรู้สึกเหมือนกับการเดินอยู่บนทะเลทราย การเดินทางจะเหนื่อยมากเพราะทรายดูดแรงเราไป ไม่มีร่ม ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อากาศแรงแล้งเสี่ยงต่อสภาวะการขาดน้ำ เจ้าหน้าที่ที่ทำการดูแลจึงให้นักท่องเที่ยวและช่างภาพต้องพกน้ำติดตัวประมาณคนละ 4 ลิตร เพื่อให้เพียงพอต่อ 1 วันการเดินทาง ซึงเมื่อต้องรวมกับอุปกรณ์การเดินทาง และกล้องต่างๆอีกถือว่าไม่น้องเลยทีเดียว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตบ่อยมากสำหรับการเดินทางในสถานที่แห่งนี้ แต่เมื่อท่านย่างก้าวเข้าไปมากเท่าไหร่ ท่านจะเหมือนเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเข้าทุกที ท่านจะได้เห็นในสิ่งที่ท่านไม่เคยเห็น ความงามที่แปลกตา และสะดุดตามากมาย ภูเขาหินทรายที่สลับซับซอน ลึกลับน่าค้นหาเป็นอย่างมาก

ทำไมกินอาหารเสริมต่างๆ ไม่ยอมเห็นผล

หลายคนมีความสงสัยทำไมกินอาหารเสริมชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารเสริมบำรุงร่างกาย หรือ บำรุงความงามต่างๆ ไม่ว่าจะทานยังไงก็ไม่เห็นผล หรืออาจทานผลไม้และ ผักที่มีประโยชน์แต่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ท่านอาจคิดหาสาเหตุว่ามาเพราะอะไร แต่สิ่งใกล้ตัวที่ท่านอาจมองข้ามไป หรือ คิดไม่ถึงคือ ร่างกายของท่านเองที่ควรจะมองถึงการดูดซึมถึงอวัยวะภายในร่างกายว่าอยู่ในสภาวะที่ปกติหรือสมบูรณ์ดีหรือไม่เช่น การดูดซึมของอวัยวะหลักนั่นคือลำไส้ใหญ่ อวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหาร และ ธาตุอาหารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ปัญหาที่มักจะเกิดกับอวัยวะนี้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดซึมนั่นคือการที่ไขมันหรือสารพิษที่เกาะตัวอยู่ที่ผนังลำไส้ทำให้การดูดซึมนั้นยากลำบาก สาเหตุเกิดจากการทานอาหารที่มีไขมันในปริมาณมาก และ อาหารที่มีสารพิษเข้าไป และ ภายในร่างกายทำการดูดซึมไม่หมด หรือ ไม่สามารถดูดซึมได้ทำให้เกินการสะสมเกาะติดอยู่ภายในผนังลำใส้ทำให้ยากต่อการดูดซึมสารอาหารใหม่ หรือ สารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายเนื่องจากไขมันทำการเกาะติดผนังลำไส้ปิดช่องว่างในการดูดซึมต่อให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือ สารอาหารที่จำเป็นเข้าไปมากเท่าไหร่เมื่อการดูดซึมไม่ดีท่านก็ไม่สามารถได้สารอาหารเท่าที่จำเป็นได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ หากทาน คลอลาเจนเข้าไปสู่ร่างกาย  10,000 มิลลิกรัม ร่างกายสามารถดูดซึมได้ 8,000 มิลลิกรัม (ปกติร่างกายของคนจะทำการดูดซึมไม่เต็มตามที่เราต้องการ แต่ร่างกายจะมีขีดจำกัด และการดูดซึมตามความต้องการของตัวเองเท่านั้น)  แต่ร่างกายของคนที่มีปัญหาที่ลำไส้ใหญ่ถูกไขมันเกาะติดผนังนั้น อาจดูดซึมได้แค่ 1000–5000 มิลลิกรัมเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการดูดซึมได้ไม่เต็มที่ และยิ่งไขมันหรือสารพิษเกาะติดพนังมากเท่าไหร่ ความสามารถในการดูดซึมยิ่งน้อยลงเท่านั้น นั้นเป็นการเสียเปล่า ยิ่งหากท่านซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีราคาแพงมาทานแต่การดูดซึมภายในร่างกายของท่านไม่ดี นั่นคือท่านจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรอีกทั้งต้องสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

หากท่านสนใจที่จะทำการชำระล้างไขมันหรือสิ่งสะสมที่ตกค้างอยู่ภายในลำไส้ มีหลายวิธีเช่นการสวนลำใส้หรือเรียกกันทั่วไปว่าการสวนทวารซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากมายโดยที่นิยมนั่นคือการสวนกาแฟ ลำไส้ของท่านจะสะอาดมาก แต่ในข้อดีก็มีข้อเสียตามมากหากท่านทำการสวนบ่อยครั้งอาจทำให้ลำไส้และกระเพราะอาหารมีปัญหาคือที่เราเรียกกันว่ากระเพาะคราก และ อีกหลายปัญหาที่ตามมา แต่มีอีกวิธีเช่นกันที่เป็นที่นิยม และ ไม่เกิดผลสียหรือผลเสียในปริมาณที่น้อยมากนั่นคือการดีท็อกซ์ อาจทำได้ด้วยวิธีธรรมชาตินั่นคือ จากการทานผักผลไม้ที่ที่มีกากใหญ่ เข้าไปช่วยในระบบขับถ่ายแต่หากไขมันที่สะสมมีปริมาณมากเกิดไปทานอาจต้องทานผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ที่ประสิทธิ์ภาพสูง และ ส่วนประกอบที่สามารถขจัดไขมันออกจากผนังลำไส้ได้

มีหลายคนที่มองข้ามเรื่องนี้ไป ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก หากปล่อยไปอย่างนี้ต่อให้ท่านทานอาหารที่มีประโยชน์แค่ไหนท่านก็ไม่สามารถได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

การตรวจร่างกายระบบในร่างกาย

สเต็มเซลล์ กับ ปริศนาการย้อนวัยเทรนใหม่ของคนความงามที่สามารถลดอายุได้ (ตอน 1)

ความสวยเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีความต้องการเป็นอย่างมากในสมัยปัจจุบัน จึงมีการค้นหาวิธีการต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านความงาม จนค้นพบนวัฒกรรมใหม่ ที่เรียกกันว่า สเต็มเซลล์ ซึ่งสำหรับคนธรรมดาอาจคิดว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่สำหรับวงการ การแพทย์นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างที่คิด เพียงแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการนำสเต็มเซลล์มาใช้มากเท่าที่ควร

แต่ก็ไม่พ้นความต้องการของมนุษย์ที่จะนำเทคโนโลยีต่างๆมาสนองความต้องการของมนุษย์

แต่เมื่อความต้องการของมนุษย์ที่มีมากมาย จึงเกิดการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ควบคู่ โดยอ้างงสรรพคุณในการลดอายุ ย้อนวัย เพียงฉีดเข้าร่างการเพียงเข็มเดียวลดอายุได้นานถึง 10 ปี จริงหรือ ที่จะมีนวัฒกรรมที่วิเศษ ขนาดนี้อยู่จริง อีกหน่อยคงมีการฉีดสารบางอย่างขึ้นแล้วทำให้คนเป็นอมตะ

จริงหรือไม่เพียง 1 เข็ม ลดอายุได้ถึง 10 ปี

ธุรกิจเสริมความงาม มีการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในธุรกิจ โดยการพูดถึงสรรพคุณที่ว่าสามารถย้อนเวลาให้ผิวเหมือนเด็กอ่อน ทำให้หน้าดูเด็กลง ย้อนวัย ลดอายุ ซึ่งถ้าพูดถึงกฎหมายการโฆษณาคุ้มครองผู้บริโภค อาจเข้าข่ายว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง ซึ่งเป็นความผิดทางกฎหมาย

โดยทั่วไปทางการแพทย์สเต็มเซลล์จะใช้ในการรักษาโรคเลือดเท่านั้น ที่เราเข้าใจว่าสเต็มเซลล์คือการใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าสเต็มเซลล์รักษาโรค เซลล์บำบัด อะไรทำนองนี้ คลิกเสริมความงามส่วนใหญ่ใช้ความรู้เรื่องนี้มาประกอบการทางธุรกิจเป็นการชวนเชื่อว่าสามารถทำให้ผิวดูเด็กลงได้ยิ่งบวกกับค่านิยมที่เปลี่ยนไปในสังคมทย ทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่

ในตอนหน้าเราจะมาดู คำพูดที่ว่า สเต็มเซลล์ 1 เข็ม ลดอายุได้

เสค็มเซลล์ ย้อนวัยอายุ

เทคโนโลยี สเต็มเซลล์

การสำรวจ ศาสตร์และเทคนิคในการกำหนดตำแหน่ง

การสำรวจ เป็นศาสตร์และเทคนิคในการกำหนดตำแหน่งในสามมิติ และการหาความสัมพันธ์ของตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่เหนือ บน หรือใต้ผิวโลก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการวัดระยะระหว่างจุด การวัดมุม และการหาทิศทางของแนวเส้นตรง โดยปริมาณต่างๆที่รังวัดได้ในภาคสนาม ซึ่งได้แก่ ระยะราบ ระยะดิ่ง ระยะลาด มุมราบ และมุมดิ่ง จะนำมาคำนวณและนำไปสร้างแผนที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

การสำรวจนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ตั้งแต่มีการเริ่มการบันทึกปรัวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 65,000 ปีมาแล้ว

การสำรวจนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มบันทึกทางประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว การสำรวจจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการวางแผนและจัดการในทุกรูปแบบของการก่อสร้าง  รวมทั้งความสำคัญสำหรับการปฏิบัติงานในทุกสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิศวะกรรม ดังนั้น ช่างสำรวจและวิศวกรจึงควรมีความรู้ทางด้าน พีชศาสตร์ เรขาคณิต ตรีโกณมิติ รวมทั้งฟิสิกส์ และกฎหมาย

ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ศาสตร์นี้ในด้านต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ หรือข้อมูลเชิงพื้นที่ จึงได้เกิดคำใหม่ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขว้างคือ ‘’ Geomatics ‘’ ซึ่งเป็นแนวคิดของการรวมคำ Geodesy และ Geoinformatics เข้าด้วยกันโดยคริบคลุมศาสตร์แขนงต่างๆ ได้แก่ สำรวจภาคพื้นดิน การสำรวจด้วยภาพถ่าย การสำรวจระยะไหล การสำรวจแผนที่ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ระบบดาวเทียมเพื่อการนำหน รวมถึงศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนที่ของพิภพ

การสำรวจนั้นมีตจุดมุ่งหมายเพื่อการทราบตำแหน่ง ทิศทาง รูปร่าง ขอบเขต พื้นที่ ปริมาณ หรือกำหนดสูงโดยขึ้อยู่กับการสำรวจแต่ละชนิด ซึ่งมีความต้องการข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป การสำรวจนั้นสามารถแบ่งออกต่ามลักษณะการใช้งานดังนี้

  1. การสำรวจควบคุม : การสำรวจเพื่อสร้างมุดควบคุม มีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานการสำรวจให้มีความละเอียดสูงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำต่อการนำไปใช้อ้างอิง
  2. การสำรวจภูมิประเทศ :การสำรวจเพื่อกำหนดตำแหน่งต่างๆบนพื้นผิวโลก ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะนำมาเขียนแผนภูมิประเทศ
  3. การสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศ : สามารถกระทำได้โดยเครื่องบิน หรือดาวเทียม เพื่อให้เห็นสภาพภูมิประเทศโดยรวม
  4. การสำรวจแนวทาง : เพื่อกำหนดแนวเส้นทางโดยส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องทางการคมนาคมและการสื่อสาร
  5. การสำรวจที่ดิน : การสำรวจเพื่อระบุมุดหลักเขต รวมทั้งกำหนัดหลักเขต ระยะ ทิศทางของที่ดิน ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการจัดการเกี่ยวกับกรมมสิทธิ์ในที่ดิน
  6. การสำรวจทางวิศวกรรม : การสำรวจเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบทางด้านวิศวกรรมในโครงการต่างๆ
  7. การสำรวจอุทกศาสตร์ : การสำรวจที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นพื้นน้ำ เช่นการหาระดับร่องน้ำเพื่อการเดินเรือ
  8. การสำรวจเหมืองแร่ : การสำรวจเพื่อกำหนดตำแหน่งจุดบังคับต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ในงานธรณีวิทยาและการทำเหมือง

กล้องสำรวจ

ตรวจสอบงานดิน ด้วยกล้องสำรวจ

น้ำในดิน

น้ำเป็นองค์ประกอบของดินโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าในมวลดินจะมีน้ำอยู่เสมอไม่มากก็น้อยแตกต่างกันออกไป ดินที่ไม่มีน้ำเลยนั้นคือดินอบแห้ง ซึ่งต้องผ่านการอบที่ 105 – 110 °C จนมีมวลคงที่

หน้าตัดในสนามเปรียบเสมือนภาชนะที่ทำการบรรจุน้ำซึ่งจะมีการไหลเข้า-ออก อยู่เสมอ และน้ำที่ไหลเข้าไปจะมิได้หยุดนิ่งอยู่ในดินเสมอแต่จะมีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างให้สามารถออกจากดินได้ เช่น ไอน้ำระเหยออกจากดินสู่บรรยากาศทั้งทางตรงและทางอ้อม การคายน้ำของพืชที่ดูดซับน้ำมากจากใต้ดิน สู่บรรยากาศ

พืชจะใช้น้ำจากดินได้สะดวกต่อเมื่อน้ำในดินไหลเข้าสู่รากพืชในปริมาณที่ท่ากับอัตราการคายน้ำความเร็วการไหลของน้ำผ่านดินขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนน้ำ และสภาพนำน้ำของดิน หากพืชดูดน้ำจากดินและคายน้ำมาก พืชจะเจริญเติบโตได้ดี หากในดินขาดแคลนน้ำที่เป็นประโยชน์ต่อพืช พืชจะใช้น้ำได้น้อยจึงเกิดสภาวะขาดน้ำขึ้นในพืช และเป็นสาเหตุให้การเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตลดลง

จากสาเหตุด้านบน จึงมีข้อสรุปที่ว่าการเคลื่อนที่ของน้ำในระบบดิน – พืชขึ้นอยู่กับแรงขับเคลื่อนน้ำ แรงขับเคลื่อนน้ำที่เราพูดถึงในที่นี้ หมายถึง ลาดศักย์น้ำ ( Water potential gradient ) ซึ่งหมายถึงความแตกต่างของศักย์น้ำ ( water potential )ต่อระยะทางของการไหล

จากด้านบนเราได้ทำการพูดถึงคำว่า ศักย์น้ำ เรามาดูความหมายของคำนี้กันดีกว่า

ความแตกต่างของศักย์รวมของน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเคลื่อนที่แต่แรงขับน้ำจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะทาง แรงขับเคลื่อนน้ำจะมีค่ามากถ้าระยะทางไหลมีค่าน้อย ถึงแม้จะมีความแตกต่างของศักย์น้ำเท่ากัน แรงขับเคลื่อนน้ำหรือลาดศักย์น้ำ ก็คือผลหารระหว่างค่าความแตกต่างศักย์น้ำกับระยะทางของการไหล

ความเร็วของน้ำในดิน-พืช มิได้ขึ้นกับแรงขับเคลื่อน พืชที่คายน้ำปกติขณะใบปากเปิด ความต้านทานสูงสุดของต้นพืชจะอยู่ที่พนังชั้นในของราก แต่ในขณะที่ปากใบเปิดความต้านทานสูงสุดต่อการไหลของน้ำจะอยู่ที่ใบของพืช

น้ำในดิน ดินมีการอุ้มน้ำ

ปลาฉลามกอบลิน ฟอสซิลมีชีวิตสุดสะพึ่ง สัตว์ดึกดำบรรพ์ใต้น้ำ

สัตว์ที่เป็นจ้าวแห่งมหาสมุทร คงกล่าวได้ว่าคือ “ปลาฉลาม” และ ในสิ่งประหลาดของปลาฉลามนี้ ยังมีเรื่องหนึ่งที่ท่านอาจตกใจในรูปร่างอันน่ากลัว ออกไปแนวสยองขวัญกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับปลาฉลามทั่วไปที่เราเคยพบเห็น ฉลามชนิดนี้ น่ากลัวกว่ามากจริงๆ จากภาพฉลามที่นำมาให้ดู มันมีชื่อว่า “ฉลามกอบลิน” (Goblin Shark) ซึ่งพบได้ไม่ง่าย และ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านส่วนหัวด้านบนซึ่งยื่นแหลมออกมาและปากที่มีรูป ทรงแปลกบวกกับฟันที่แหลมคมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทำให้มันมีอีกชื่อหนึ่งว่า ปลาฉลามปีศาจ และได้ถูกขนาดนามว่า ฟอสซิลมีชีวิต เนื่องจากมีการดำรงค์เผ่าพันธ์มาเป็นเวลานานกว่า 100 ล้านปี

ปลาฉลามกอบลินส่วนหัวของปลาฉลาม

สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ถูกพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ.1873-1876  บริเวณนอกชายฝั่งญี่ปุ่น จากการสำรวจเก็บรวมตัวอย่างของฉลามชนิดต่างๆของ เอชเอ็ม ชาเลนเจอร์ จากการศึกษาค้นคว้าทำให้รู้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตเพียงไม่กี่ชนิดที่ อยู่ในวงศ์สกุลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้นานจนถึงปัจจุบัน จึงถือว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิตที่มีรูปร่างหรือรูปทรงที่ไม่ได้เปลี่ยน แปลงไปจากเดิมเลย โดยฉลามชนิดนี้ยาวเต็มที่จะมีขนาดตัวอยู่ที่ 3-4 เมตร อาศัยอย่ในน้ำลึกมากกว่า 100 เมตร อาศัยบริเวณน้ำลึกที่แสงส่องไปไม่ถึง และ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวที่สร้างความฮือฮาเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อมีชาวประมงของออสเตรเลียได้จับฉลามชนิดนี้ขึ้นมาได้เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเป็นที่น่าสนใจที่สัตว์ชนิดนี้ยังมีชีวิตอยู่ยังไม่สูญพันธ์ ซึ่งฉลามชนิดนี้หาพบได้ยากมาก เป็นพันธ์ที่มีปริมาณหลงเหลืออยู่น้อยมาก  ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาก็เชื่อว่าฉลามชนิดนี้ อาศัยอยู่บนโลกนี้มานานกว่า 100 ล้านปี ทั้งที่สัตว์ประเภทอื่นที่อยู่ในยุคเดียวกันต่างสูญพันธ์ไปแล้วมากมาย แต่สิ่งมีชีวิตประเภทนี้ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้จึงเป็นที่น่าสนใจอย่าง มากสำหรับการศึกษาค้นคว้า เพราะมีหลายหน่วยงานที่ดำเนินการศึกษาสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นที่เป็นวงศ์สกุล เดียวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหันมาสนใจสัตว์ประเภทนี้ ด้วยเช่นกัน

Goblin Sharkส่วนหัวของฉลาม

ไม่บ่อยนักที่เราจะพบสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ สัตว์ชนิดนี้จึงเป็นที่ฮือฮาของชาวโลกมาก และ เป็นประโยชน์ในด้านของการศึกษา ของนักชีววิทยา